ซื้อภาพการกุศล

ร่วมซื้อภาพการกุศลสมทบทุนมูลนิธิสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา รายได้ทั้งหมดไม่หักค่าใช้จ่าย
เป็นทุนการศึกษาของนักเรียนที่ขาดแคลนทุนทรัพย์

อ่านวิธีการซื้อภาพการกุศล

ผลงานที่ได้รับรางวัล

เลือกระดับชั้นการศึกษาเพื่อดูรายชื่อผลงานและศิลปินที่ได้รับรางวัล

รางวัลชนะเลิศ ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย

14-029

ตัวไกล ใจไทย
Far away…still Thai

สื่อผสม (80x60 cm.)
Mixed media
ชื่อวรรณกรรม
เพลง คิดถึงเมืองไทย
Songs “I miss Thailand”
ศิลปิน
นายธนพงษ์ สีหมอก
Thanapong Seemok
สถานศึกษา
โรงเรียนมัธยมวัดบึงทองหลาง
MattayomWatbuengthonglang School
ราคา
10,000 บาท
Price
~333 USD
วรรณกรรม / Literature
คิดถึงเมืองไทย จากมาไกลแสนไกล ต่อให้อยู่เมืองไหน ใจยังไม่ลืมถิ่นที่เคยอยู่ รสชาติเฟรนซ์ฟรายส์ จะสู้อะไรน้ำพริกปลาทู เสียงบทเพลงชินหู ก็เป็นเพลงที่ใช้ภาษาไทย คิดถึงคนไทย ที่ต่างยิ้มให้กัน อยู่เมืองนอกเมืองฝัน ไม่เคยได้เจอรอยยิ้มจริงใจ พี่ป้าน้าอา เพื่อนที่จากมาจะเป็นอย่างไร โหยหารักอุ่นใจ คิดถึงอุ่นไอของแม่และพ่อ น้ำตาหลั่งไหล คิดถึงเมืองไทยยิ่งนัก คิดถึงทุกคนที่รัก ได้แต่นับวันรอ เดินทางกลับบ้าน หากเมื่อไรสานฝันได้พอ วันนั้นจะขอ กลับคืนสู่ผืนดินถิ่นไทย คิดถึงเมืองไทย อยากกลับไปบ้านเรา อยู่ในบ้านเมืองเขา ทำเราเหงากายจนหนาวในใจ ส่งความคิดถึง ฝากผ่านบทเพลงคิดถึงเมืองไทย ฟังเพลงนี้เมื่อไร โปรดจงรู้ไว้คนไกลคิดถึง
I'm far away from Thailand but wherever I live my heart never forgets my hometown, still misses the food, still loves Thai songs. Never forgotten the sincere smile, love from my family. Always in tears when thinking about when I can go back home. This song represents my nostalgia.
เหตุผล / Reason
เมื่อทุกคนได้ยินคำว่า รักษ์เมืองไทย ก็มักจะคิดถึงแค่การแสดงออกถึงความรักประเทศไทย รักประเพณีหรือวัฒนธรรมต่างๆ ของคนไทยในเมืองไทยเพียงเท่านั้น แต่ผมกลับนึกถึงชาวไทยที่ต้องไปอาศัยหรือทำงานที่ต่างประเทศ ว่าพวกเขานั้นรักเมืองไทยหรือไม่ ซึ่งเมื่อผมได้ค้นหาวรรณกรรมต่างหรือบทความต่างๆ ก็ได้พบกับบทเพลง คิดถึงเมืองไทย ซึ่งเป็นบทเพลงที่ได้ถ่ายทอดถึงความรู้สึกของคนไทยที่อาศัยในต่างประเทศ ว่ารักเมืองไทยและคิดถึงความเป็นไทยมากแค่ไหน เพราะแม้ว่าร่างกายของพวกเขานั้นจะอยู่ในต่างประเทศ อยู่ไกลจากเมืองไทย อยู่ต่างวัฒนธรรม แต่จิตและวิญญาณของพวกเขาก็ยังเป็นคนไทยเสมอ ยังรักและคิดถึงรอยยิ้ม คิดถึงวิถีชีวิต คิดถึงครอบครัว และคิดถึงหลายๆสิ่งที่ต่างประเทศนั้นไม่มี โดยสิ่งที่ผมต้องการสื่อในผลงาน “ตัวไกล ใจไทย” นี้คือ ไม่ว่าคนไทยจะอยู่ที่ใด อยู่ในวัฒนธรรมที่แตกต่าง หรือแต่งกายปกปิดแค่ไหน ก็ไม่สามารถปกปิดหัวใจ ที่เป็นหัวใจของคนไทย หรือสายเลือดความเป็นคนไทยของพวกเขาได้ ผมจึงได้นำบทเพลงดังกล่าวมาเป็นแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์ผลงานนี้
The song “I miss Thailand”, conveys the feelings of Thai people living in foreign countries, and how much they love Thailand. Because while they live very far from Thailand, in a different culture, but their soul and mind are still Thai. They still love Thai smiles, way of life, family, whereas there is nothing abroad to think of or talk about. By the lyrics of this song I have been inspired to work on "Far away…Still Thai", which means no matter wherever Thai people are, live in different cultures or dress up in different costumes, all over body covered, but not my heart. That is the heart of Thai people, or their lineage of Thai people, so I got inspiration from the song to create my work.

แชร์:

รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย

14-030

บึงบัว
Bueng Bua

สีอะครีลิค (80x100 cm.)
Acrylic
ชื่อวรรณกรรม
แม่น้ำรำลึก : บึงบัว
Reminiscence of the River
ศิลปิน
นายคณินณัฐ ชาญชนะโยธิน
Kaninnutch Chanchanayothin
สถานศึกษา
โรงเรียนบุญวัฒนา
Boonwattana school
วรรณกรรม / Literature
โลกขณะลอยคอท่ามกอบัว ระคนด้วยหวั่นกลัวและอิ่มหวาน หอมยิ่งยวนเย้ายั่วดอกบัวบาน แม้แขนขาแสบซ่านหนามก้านบัว เราต่างรู้พิษสงของตาเฒ่า คันกระสุนจับเป้าเข้าที่หัว คิดแล้วอยากละทิ้งเรายิ่งกลัว ใจเต้นออกนอกตัวระรัวกลอง ด้วยดวงตาของแกไม่แพ้เหยี่ยว แม้ตะแกแก่เหี่ยวแต่จองหอง ภาพของแกที่เรานั้นเฝ้ามอง ลึกลับในครรลองของตนเอง กระท่อมแกมีงูอยู่เป็นเพื่อน แต่คนงูดูเหมือนไม่ข่มเหง ทั้งเขียดกบคางคกทั้งนกเพลง โลกที่ไม่รีบเร่งไม่ร้อนรน ข้าวที่ปลูกไม่ขายเอาไว้กิน ร้านค้าของท้องถิ่นแกไม่สน ด้วยพืชผักปักปลูกนั้นพอปรน จึงแกไร้ตัวตนตำบลนี้ จึงไม่มีใครรู้อยู่อย่างไร แม้ถูกใส่ไคล้ให้เป็นผี เป็นคนบ้าน่าเบื่อไม่เหลือดี ความโดดเดี่ยวเหมือนไม่มีไร้ที่มา เสียงแห่งเช้าคู่เคียงเสียงเหยียบยก ท่วงทำนองของครกสะทกหล้า ค่ำตะเกียงผุดแต้มแซมไฟฟ้า คลอเพลงขลุ่ยเอื่อยช้ากระท่อมนั้น เราเก็บหักฝักบัวแม้กลัวเกรง ต่างสบตากันเองแล้วยิ้มขัน ดอกผลจากลักขโมยยิ่งหวานมัน คันกระสุนไม่สำคัญแล้ววันนี้ ดวงตาเรากระพริบกระซิบกระซาบ ในหัวใจไหวภาพอาบแสงสี จึงเกิดบึงหนึ่งในบึงใหม่มี เกิดพื้นที่กว้างใหญ่บึงใจเรา
Whether the mainstream of the world is, the old man who owns the lotus pond still lives by his own rules. He isolates himself from this chaotic world that most people struggle for a living. He makes a living just enough to survive not too little, not too much. No matter others think of him as a scary man or an outsider he doesn't care, he learned to be happy and satisfied with who he is and what he has.
เหตุผล / Reason
เมื่อได้อ่านวรรณกรรมบท บึงบัว ทำให้นึกถึงเปรียบเทียบประเทศต่าง ๆ ในปัจจุบันที่มีความเจริญทางเทคโนโลยี มีความมั่งคั่ง ร่ำรวย มีอำนาจต่อรองในเรื่องต่าง ๆ แต่เมื่อเจอกับวิกฤตปัญหาต่าง ๆ เช่น โควิด ทุกประเทศดูย่ำแย่ วุ่นวาย ตั้งตัวกับปัญหาได้ไม่ดี แต่ประเทศไทยเรากับรับมือได้ดี เหมือนในวรรณกรรมที่พูดถึงตาแก่เจ้าของบึงบัว ที่ใช้ชีวิตตามวิถีพอเพียง ทำการเพาะปลูก เลี้ยงสัตว์ ไม่ต้องพึ่งพาหรือหาซื้อของจากร้านค้า ผู้คนต่างมองว่าแกแปลกประหลาด ผมจึงวาดภาพเพื่อสื่อว่า บึงบัวเปรียบดังประเทศไทย ที่มีวิถีชีวิตที่เรียบง่าย มีจิตใจงดงามดั่งดอกบัว มีความเมตตา เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ แบ่งปัน มีทรัพยากรที่อุดมสมบูรณ์ แต่กลับถูกมองว่าเป็นประเทศที่ยังไม่พัฒนา เมื่อเจอวิกฤตประเทศเราก็ยังคงเข้มแข็งและมีความสามัคคี โดยรอบนอกบึงบัวผมได้ใช้สัตว์ต่าง ๆ แทนความมีอำนาจ ความศิวิไลซ์ ความเจริญ ความวุ่นวาย ที่คอยคุกคาม เอาเปรียบและคอยปิดกั้นเรา แต่ประเทศเรายังคงดำรงชีวิตอยู่ได้ ภายใต้การใช้ชีวิตแบบวิถีพอเพียง มีความเอื้อเฟื้อ แบ่งปัน แม้บางครั้งเราจะมีน้ำตา มีบาดแผล อันเกิดจากปัญหาต่าง ๆ แต่เราทุกคนก็ยังคงมีรอยยิ้มและมีความสุขกับมันได้ ทำให้ผมมีความรักและภูมิใจในความเป็นไทยมากยิ่งขึ้น
When reading the scriptures of the Bueng Bua (lotus pond), it reminds me to our world nowaday that have prospered technology. They are wealthy, have bargaining power in various matters, but when faced with crises, problems such as COVID, all countries look poor, chaotic, and poorly set up to cope with problems. In Thailand, we cope well. As in literature speaking about the eyes of the owner of the lotus pond, who lives in a self-sufficient way, cultivate, raise animals, does not have to rely on or buy from a store. People think he is strange, so I drew a picture to convey Bueng Bua is like Thailand with a simple lifestyle that has a heart as beautiful as a lotus, kindness, generosity, sharing abundant resources but seen as an undeveloped country. When faced with a crisis, our country is still strong with harmony. Outside the lotus pond, I use animals to stand for all powers, civilization, chaos, which threaten to take advantage and keep us off. Our country can still survive under living a self-sufficient lifestyle. We are generous, sharing. Even though sometimes we have tears and wounds caused by various problems, we can all still have a smile and enjoy it. This makes me more loving and proud of being Thai.

แชร์:

รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย

14-031

อนาคตเปลี่ยนแปลงได้
The future is changeable

สีอะครีลิค+สีมาร์คเกอร์ (76.5x99.5 cm.)
Acrylic and marker
ชื่อวรรณกรรม
เด็กชายต้นไม้
The Tree Boy
ศิลปิน
นางสาวธัญลักษณ์ โอษธีศ
Thanyalak Osatis
สถานศึกษา
โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา
Triam Udom Suksa School
วรรณกรรม / Literature
“ต้นไม้ในกรุงเทพ ฯ เป็นอย่างไรหรือถึงได้ไม่มีความสุข” ต้นไม้ในกรุงเทพ ฯ โดยเฉพาะที่ปลูกตามถนน หน้าตาจะมอมแมม รูปร่างพิกลพิการไม่อยากใช้คำว่าอัปลักษณ์ เพราะดูเป็นถ้อยคำที่ใจร้ายกับต้นไม้เกินไป ต้นไม้ทุกต้นเกิดมาล้วนมีรูปร่างหน้าตาสวยงามตามธรรมชาติ แต่ความอัปลักษณ์ที่เกิดกับต้นไม้ล้วนมาจากน้ำมือของมนุษย์ทั้งสิ้น ต้นไม้ตามถนนต้องทนสูดดมควันพิษทั้งวัน แถมยังมีฝุ่นจับหนาที่ใบส่วนรูปร่างที่ฉันว่าพิกลพิการ ก็เป็นเพราะต้นไม้ถูกตัดกิ่งตัดใบอย่างไม่ปรานีปราศรัย บางต้นถูกตัดจนใบโกร๋นเหลือแต่ลำต้น ไม่ได้แผ่กิ่งก้านอย่างเป็นอิสระตามธรรมชาติของต้นไม้ ต้นไม้ที่ถูกตัดกิ่งตัดใบให้เหลือแต่ตอจะแตกใบใหม่ได้ นั่นเป็นความเข้าใจผิดอย่างร้ายแรง ตรงกันข้ามมันจะทำให้ต้นไม้อ่อนแอลงไปเรื่อย ๆ และโค่นล้มหรือยืนต้นตายได้ง่าย คนในเมืองมักจะกุดกิ่ง บั่นยอด และลิดพุ่มใบทิ้งด้วยเหตุผลเพราะกิ่งก้านต้นไม้ระสายไฟฟ้าอาจจะหักลงมาทับคน หรือรถยนต์ที่แล่นไปมา หรือพาดสายไฟจนขาด พวกเขาก็เลยตัดต้นไม้จนเหลือแต่ตอ
Trees in Bangkok, especially those grown in the streets, look very shabbily, deformed shape. Every tree is born with beautiful natural appearance, but all the ugliness to the trees comes from human hands. Trees along the road endure inhaling toxic fumes all day. Moreover, there is a thick dust on the leaf. As for the shape that deformed is because the tree was cut off mercilessly. Some trees totally become leafless, not freely growing naturally; some trees have been ripped and stand only as stumps. Some people said the ripped or cut threes will be able to break new shoots for leaves but it is a serious misunderstanding. On the contrary, it will sicken plants and easily topple or die. People in the city tend to cut down on the top and cut off the bush because of the untidy branches. The stalks of the electric wires may be broken down on people or cars, or stripping electric wires until they are broken, so, they cut down the trees and leave stumps.
เหตุผล / Reason
ผู้คนในกรุงเทพ ฯ ที่ใช้ชีวิตอาศัยอยู่ตามตึก และอาคารมากมายทำให้ขาดจิตสำนึกที่จะใส่ใจดูแลต้นไม้ ในหนังสือเรื่อง “เด็กชายต้นไม้” ได้สื่อถึงความสามารถพิเศษของเด็กชายอาศา ซึ่งเป็นตัวเอกของเรื่อง เมื่อใช้มือแตะหรือสัมผัสต้นไม้ เขาจะรับรู้ความรู้สึกของต้นไม้ และสามารถสื่อสารกับต้นไม้ได้ จึงนำไปสู่แนวคิดที่จะสร้างสรรค์ผลงานในรูปแบบมือสัมผัส เพื่อให้เกิดจินตนาการ สื่อสารความรู้สึกของต้นไม้ในเรื่อง ที่ต้องการสื่อสารกับผู้คนในเมือง ให้รับรู้ว่าต้นไม้คือสิ่งที่มีชีวิตที่ต้องการที่อยู่ ที่กิน ที่หายใจ อยากบอกผู้คนในเมืองว่าขอที่อยู่ให้ต้นไม้ได้เติบโต แผ่กิ่งก้านใบร่มเงาให้ทุกชีวิตในเมือง แล้วต้นไม้จะตอบแทนมนุษย์ทุกคนให้มีอากาศที่บริสุทธิ์ได้หายใจ ให้พืชผลกับมนุษย์ได้เก็บกิน อยากให้ทุกคนลองใช้มือสัมผัสต้นไม้แล้วทุกคนจะเข้าใจต้นไม้ รักต้นไม้ แล้วช่วยกันลงมือเปลี่ยนอนาคตด้วยการปลูกต้นไม้ ดูแลใส่ใจ และให้โอกาสต้นไม้เจริญเติบโตไปพร้อมกับความเจริญเป็นเมืองสีเขียว เมืองแห่งอนาคต “ใช่อนาคตเปลี่ยนแปลงได้”
people of Bangkok, who live in the buildings are not sensible to take care of trees In the book "Tree Boy" is about Asa, gifted boy, who can communicate and perceive feeling of the trees by touching them. thus leading to the concept of this works.To connect trees and people, make them understand that trees also have a feeling, need to live, to eat, to breathe. They want to tell the people in the cities about a place to grow and spread leaves and give shades throughout their life. In the city, the trees will reward all humans with fresh air to breathe, crops are for humans to collect and eat, wanting everyone try touching the tree with your hands and everyone will understand the tree, love the tree, and help each other change the future by planting trees, care and care. So let trees grow and prosper as a green city; the city of future. "Yes ... the future is changeable"

แชร์:

รางวัลพิเศษ ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย

14-032

อีสานบ้านเฮา
Isaan Ban Hao

สีอะครีลิค (80x100 cm.)
Acrylic
ชื่อวรรณกรรม
อีสานบ้านเฮา
Isaan Ban Hao
ศิลปิน
นายธีรภัทร พรมชัย
Teerapat Promchai
สถานศึกษา
โรงเรียนหัวตะพานวิทยาคม
Huatapanwittayakom School
วรรณกรรม / Literature
หอมดอกผักกะแยง ยามฟ้าแดงค่ำลงมา แอ้บแอ้บ เขียดจะนา ร้องยามฟ้าฮ้องห่วนห่วน เขียดโม่เขียดขาคำ เหมือนหมอลำพากันม่วน เมฆดำลอยปั่นป่วน ฝนตกมาสู่อีสาน หมู่หญ้าตีนตับแก ถูกฝนแลเขียวตระการ ควายทุยเสร็จจากงาน เล็มหญ้าอ่อนตามคันนา รุ่งแจ้งพอพุ่มพู ตื่นเช้าตรู่รีบออกมา เร่งรุดไถฮุดนา รีบนำฟ้า ฟ้าวนำฝน ม่วนเอยม่วนเสียงกบ ร้องอ๊บอ๊บกล่อมลำเนา ผักเม็ก ผักกะเดา ผักกระโดน และผักอีฮีน ธรรมชาติแห่งบ้านนา ฝนตกมามีของกิน ฝนแล้งแห้งแผ่นดิน ห้วยบึงหนองแห้งเหือดหาย
When the evening comes,frogs murmured like Mo Lam (Northeastern style singer) pleasantly singing. Turbulent black clouds dumped rainwater to Isaan making grassland become greenish. Buffalos grazed at the soil beds on the field after back from work. Getting up early in the morning and hurriedly coming out to plow while the soil is still soaked wet with rainwater. Frogs lulling, vegetables flourishing in the nature the rural, when it rains there have something to eat. Without rain, land has dried up.
เหตุผล / Reason
อีสานบ้านเฮา เป็นวรรณกรรมบทเพลงที่สามารถสื่อให้เห็นถึงวิถีชีวิต ความเป็นอยู่ของชาวอีสานได้อย่างชัดเจน และลึกซึ้ง มีการดำรงชีวิตอยู่ร่วมกับธรรมชาตินั่นคือการทำการเกษตรแบบยังชีพ การปลูกผักเลี้ยงสัตว์น้อยใหญ่ แสดงให้เห็นถึงความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติที่อยู่รายรอบ เช่น เหล่าพรรณไม้นานาชนิด ห้วย หนอง คลอง บึง อันเป็นสายน้ำที่หล่อเลี้ยงชีวิตของชาวอีสานสืบมา น้ำจึงเป็นปัจจัยที่สำคัญที่สุดในการดำรงชีวิต แต่เมื่อน้ำขาดหายไปในฤดูร้อนก่อให้เกิดความแห้งแล้ง พืชพรรณธัญญาหารจึงไม่สามารถเจริญเติบโตได้ เหล่าสิ่งมีชีวิตก็ดำรงชีวิตด้วยความอยากลำบาก แต่เมื่อย่างกรายเข้าสู่ฤดูฝนจึงนำมาซึ่งความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติก่อกำเนิดชีวิตใหม่ ๆ ขึ้นมา ทั้งสัตว์น้อยใหญ่ หมู่แมลง พืชผัก เพื่อดำรงชีพ ชาวอีสาน ในอดีตนั้นจะเลี้ยงควายเพื่อไถนา เป็นหลัก การทำนาจึงเป็นไปอย่างช้า ๆ เริ่มตั้งแต่เช้าตรู่จนถึงมืดค่ำ ขับกล่อมด้วยการบรรเลงมโหรีจากหมู่กบ เขียด และแมลงนานาชนิด จึงทำให้การทำนาดำเนินไปพร้อมกับความสุนทรีในธรรมชาติ ข้าพเจ้าจึงถ่ายทอดความงามของวิถีชีวิตในท้องถิ่นอีสาน ในรูปแบบของงานจิตรกรรม
Isaan Ban Hao is a literature that convey the way of life of Northeast people that is clear and profound. Living with nature is doing farms, growing vegetables and raising animals. It shows the abundance of nature in the surroundings, such as various types of plants, rivers, canals, ponds, creek and brooks, which nourish lives of Isaan people. Water is the most important factor in life but when the water runs out in summer, it causes drought, refrain grain crops from growing. Livestock lives in despair. When rainy season comes, nature becomes vivid to the birth of new life, including animals, large animals, insects, and vegetation to live in Isaan people. In the past cattle raised for plowing was a principle of farming, so everything is going slowly from dawn to dusk, together with serenade from frogs, and all kinds of insects. Along with the natural beauty, I therefore convey the beauty of the Isaan way of life in the style of painting.

แชร์:
14-033

รักเมืองไทย รักวัฒนธรรมไทย
Love Thailand, Love Thai culture

ลายเส้นปากกาบนพื้นประดับมุก (80x100 cm.)
Pen drawing
ชื่อวรรณกรรม
คู่มือวัฒนธรรมวิถีชีวิตไทย
A Guide to Thai Culture and Life
ศิลปิน
นางสาวสุจิตา คงเวช
Sujita Kongvach
สถานศึกษา
วิทยาลัยอาชีวศึกษาสุราษฎร์ธานี
Suratthani Vocational College
วรรณกรรม / Literature
“ไปลา-มาไหว้” มารยาทไทยที่เป็นวัฒนธรรมการทักทาย เวลาพบปะกันหรือลาจากกัน “การไหว้” เป็นการแสดงถึงความมีสัมมาคารวะ และการให้เกียรติซึ่งกันและกัน นอกเหนือจากการกล่าวคำว่า “สวัสดี” แล้วยังแสดงออกถึงความหมาย “การขอบคุณ” และ “การขอโทษ” การ ไหว้เป็นการแสดงมิตรภาพ มิตรไมตรี ที่เป็นขนบธรรมเนียมประเพณีอันดีงาม ซึ่งนับวันจะค่อย ๆ เลือนลางออกไปจากสังคมไทย ด้วยเยาวชนไทยส่วนใหญ่ รับเอาวัฒนธรรมต่างชาติมายึดถือปฏิบัติ เช่น การทักทายกันด้วยการจับมือ ด้วยการผงกหัวหรือพยักหน้าต้อนรับกัน โดยปกติความอ่อนน้อมถ่อมตน เป็นวัฒนธรรมไทยที่แสดงความเคารพด้วยการไหว้ผู้อาวุโส หรือการรับไหว้ผู้อาวุโสน้อย ปัจจุบันกลายเป็นวัฒนธรรมที่เกิดเฉพาะกลุ่ม แทนที่จะเป็นวัฒนธรรมในสังคมของคนทุกชนชั้น การแสดงความเคารพในโอกาสต่าง ๆ การรู้จักจัดลำดับการวางตนที่ถูกต้อง ตามประเพณีที่วางเอาไว้ ทำให้เกิดความสงบสุขในสังคม เพราะการปฏิบัติขัดกับประเพณีที่วางไว้ จะทำให้เกิดความขัดแย้ง ขัดเคืองความรู้สึกซึ่งกันและกัน การมีกฎเกณฑ์มารยาทในสังคม เป็นบรรทัดฐานให้บุคคลดำเนินชีวิตได้อย่างสันติสุข
The “Wai” of Thai culture of greeting when we meet or leave each other. "Wai" is a show of respect and honoring each other, in addition to saying "hello". It also expresses the meaning of "thank you" and "apology", which is gradually fading away from Thai society, whereas most Thai youth adopt foreign cultures, such as greeting each other with a handshake or with a nod, or nod to welcome each other. Usually humility is part of Thai culture showing respect by showing respect to elders or the reception of the elder to the young. Nowadays it becomes a niche culture instead of the culture of all classes of society. Showing respect for the occasion, recognizing the traditional custom priorities, creates peace in society. Because practicing contrary to the custom may cause conflicts and offend feelings of each other. Having rules of etiquette in society is the norm for a person to live in peace.
เหตุผล / Reason
คนไทยเป็นคนที่มีความอ่อนน้อม การรับไหว้เป็นการแสดงออกอย่างหนึ่ง เป็นการทักทายการแสดงความเคารพ ไม่ว่าจะเจอกันที่ไหนเวลาใดหรือเมื่อจากกัน ไปโรงเรียนกลับจากโรงเรียนมาถึงบ้านลูกจะไหว้พ่อแม่ ไหว้ญาติผู้ใหญ่ ออกไปเที่ยวสถานที่ต่าง ๆ ก็ทักทายกันด้วยการไหว้ เป็นมิตรไมตรีที่ดีต่อกัน การไหว้เป็นการเคารพนับถือของบุคคลทุกเพศทุกวัยในสังคมไทย รักเมืองไทย รักความเป็นไทย รักวัฒนธรรมไทยที่ดีงามของไทย ดิฉันคิดว่าเราควรอนุรักษ์วัฒนธรรมที่ดีงามนี้ไว้ให้อยู่คู่สังคมไทย เป็นเอกลักษณ์ของคนไทยตลอดไปค่ะ
Thai people are humble people.”Wai” is an expression of respect. No matter where, when we meet or when we depart, we show respect. Children go to school or come back home from school will pay homage to their parents. Pay respect to elders. Going out to different places and greeting each other with respect shows good friendship to each other. Worshipping is the respect of people of all ages and genders in Thai society. It is a love of Thailand. Love Thailand! Love the good Thai culture of the country! I think we should preserve this good culture and stay with Thai society. It is unique to Thai people forever.

แชร์:
14-034

ป่า
Forest

แกะแผ่นพลาสวูด (100x70 cm.)
Plaswood
ชื่อวรรณกรรม
เพชรพระอุมา
PhetPhra Uma
ศิลปิน
นายอดุลย์เดช กองพลี
Aduldech Kongplee
สถานศึกษา
โรงเรียนอนุบาลพุทธเมตตา
Buddhametta School
วรรณกรรม / Literature
“จิ๊ปดอจ์ดขนาดใหญ่หลายคันเคลื่อนผ่านประตูเหล็กมหึมา ที่เปิดกว้างออกหมดทั้งไวล์ดเข้ามาอย่างแช่มช้าเรียงกันมาเป็นขบวน เสียงเครื่องยนต์ที่กระหึ่มอยู่ในเกียร์ต่ำขณะที่ชะลอผ่านช่องประตูเข้ามา เสียงตะโกนทักทาย และสรรพสำเนียงแห่งการโกลาหลอลหม่านวุ่นวาย อันเป็นธรรมดาของทุกครั้งที่การขนสัตว์ป่ามาถึงดังปะปนกันฟังไม่ได้ศัพท์ พวกคนงานนับสิบภายในสถานที่นั่นวิ่งกันคึกคักออกมาต้อนรับ เตรียมลำเลียงขนถ่ายสัตว์ป่านานาชนิดที่บรรจุอยู่ในกรงหรือหีบลังลงจากรถ มันเป็นสถานที่กักสัตว์ เพื่อเตรียมต่อนอกประเทศที่ใหญ่โตสมัยที่สุด ตั้งอยู่ในเนื้อที่ไม่ต่ำกว่า 15 ไร่ ภายในกกำแพงคอนกรีตแข็งแรงกันรอบสถานที่ทำการของบริษัท เป็นอาคารทันสมัยตั้งอยู่ในใจกลางบริเวณซึ่งแวดล้อมไปด้วยกรงขังสัตว์ทุกชนิด นับตั้งแต่กรงเล็ก ๆ ขึ้นไปจนกระทั่งเพนียดช้างเกือบจะเป็นสวนสัตว์ย่อย ๆ ตั้งอยู่ในระหว่างครึ่งทางของอารยธรรมแห่งเมืองหลวง และความเปล่าเปลี่ยวป่าเถื่อนของดิบ”
“Lots of large jeep “Dodges” move through enormous iron gates, all came in slowly, as a procession. The sound of the engine roared in low gear. While slowing through the doorway came in with a shout. Greetings and all things of chaos, which is normal for every time the wild fur arrives, mixed with sound incomprehensible, when dozens of workers in the place rushed out to welcome them and prepared to transport a wide variety of wild animals in cages or crates from cars. It is an animal quarantine facility. In order to prepare for forwarding out of the country in the largest modern times, located in an area of not less than 15 Rai (1 Rai = 1600 square meters) within the wall Sturdy concrete that surrounds the company premises, is a modern building located in the heart of the area surrounded by all kinds of animal enclosures. From small cage up to the Paniad (Kraal) elephant, which almost a small zoo located in the middle of the civilization of the capital and the loneliness and the raw stuff.
เหตุผล / Reason
จากบทความดังกล่าวทำให้เห็นมุมมองต่างได้ทราบว่าประเทศของเรามีความอุดมสมบูรณ์มีสัตว์ป่านานาชนิดทั้งเล็กใหญ่ ตั้งแต่นกตัวเล็กจนถึงสัตว์ขนาดใหญ่อย่างช้าง แต่จะดีกว่าไหมที่สัตว์ป่าที่แสดงถึงความสมบูรณ์ของประเทศเรา ได้ใช้ชีวิตตามธรรมชาติไม่ต้องถูกขังแค่ภายในกรงแล้วถูกขายส่งไปยังที่ต่าง ๆ ผมจึงสร้างสรรค์ผลงานชิ้นนี้ให้ได้เห็นถึงคุณค่าของทุกชีวิต เพื่อทำให้ธรรมชาติกลับมาสวยงามเหมือนอย่างเคย หยุดทำร้ายธรรมชาติเพื่อโลกของเรา
From the above article, there are various points of view. It shows that our country is rich and has a wide variety of wildlife, from small birds to large animals like elephants. Our country will be able to live their lives naturally. Without having to be confined to just inside the cage And sent to various places for sale, so I created this work In order to see the value of every life In order to bring nature back to its beauty as usual. So stop harming nature for our world.

แชร์:
14-035

สวนอันสดใส
Bright Garden

สีอะครีลิค (90x90 cm.)
Acrylic
ชื่อวรรณกรรม
สวนโลก
World Garden
ศิลปิน
นางสาวจุฑามณี คำดำ
Chuthamanee Kamdam
สถานศึกษา
โรงเรียนศิลปะลานคูน
Larncoon Art School
วรรณกรรม / Literature
ผักต่าง ๆ นานาจากสวนของคนบ้ากลายเป็นที่ต้องการของชาวบ้านร้านช่องอยู่ตลอดเวลา พวกมันพากันเติบโตงอกงามอย่างไม่หยุดยั้งด้วยน้ำในสระ น้ำฝนและน้ำค้าง ด้วยปุ๋ยคอกจากมูลของเป็ดและไก่ และด้วยฟางข้าวที่ห่มคลุมลงไปบนแปลงดิน พวกมันพากันเติบโตอยู่ในความจริงของดิน น้ำ ลม ไฟ และในความหลับฝันของผู้ที่กราบไหว้ดิน น้ำ ลม ไฟ เติบโตอย่างสะอาดหมดจด ด้วยมือและดวงใจแห่งความเป็นแม่ของผู้เพาะหว่าน ผักต่าง ๆ นานาเหล่านั้นจึงไม่ถูกเจือปนด้วยสารเคมีใด ๆ ท่ามกลางมดและแมลงที่พากันเคลื่อนไหวไปรอบ ๆ ตัวนาง และแทบจะได้ยินเสียงของไส้เดือนดินที่เบื้องใต้ พวกมันพากันงอกงามอย่างไม่หยุดยั้ง บรรดาเถาถั่วเลื้อยยอดขึ้นไปโอบกอดก้อนเมฆ บรรดาเถาแดงก็ทอดยอดไปสุดเส้นขอบฟ้า กอคะน้าหรือกอกะหล่ำขยับขยายเนื้อตัวออกเท่าครกตำข้าว เช่นเดียวกับต้นข้าวในท้องทุ่งนาที่แตกรวงละหม้อแตกกอละเกวียน ฟักแฟงแตงโมก็หนักแน่นและเติบโตใหญ่จนแบกหามกลับกระท่อมแทบไม่ไหว บรรดาแม่เป็นแม่ไก่ก็ออกไข่ดกเสียจนเก็บไม่ทัน พวกมันพากันหาอยู่หากินอย่างเป็นอิสระภายใต้สวนคนป้า คุ้ยเขี่ยหามดปลวก ดำน้ำลงไปค้าหากุ้งหอย โบกบิน วิ่ง ว่าย และไข่สดเหล่านี้ก็เป็นที่ต้องการของคนข้างนอกอยู่ตลอดเวลา
Numerous vegetables from Madman's Garden have become in constant demand by the locals. They continued to grow and flourish with the water in the pond. With rain, dew and manure from ducks and chickens, with rice straw covering the soil. They grow in the truth of the earth, the water, the air, the fire, and in the dreams of those who worship the earth, water, air, and fire that grow clean. By the hand and motherhood of the sower, the various vegetables were not contaminated any chemicals. Among ants and insects moving around, and the sound of earthworms could almost be heard. Beneath, the trees continued to flourish. The pea vines climbed up to embrace the clouds. The red vines extending up to the horizon. Kale, or kale stems, widened the body like a mortar of rice, like the rice plant in the field growing as big as wagon. Gourds and watermelon were firm and growing so big that it was hardly able to carry back the hut. The hens and duck lay so many eggs that they could not be collected in time. They lived independently under the mad man's garden, flew, ran, and swam, finding ants, termites, diving down the water to search for prawns, snails. Fresh eggs were in constant demand by the people outside.
เหตุผล / Reason
สวนโลก คือส่วนที่ผู้คนแสวงหา เป็นส่วนที่มีแต่ธรรมชาติอันสวยงามน่าประทับใจ มองไป ณ แห่งใดในโลกของเราที่ตระการตาไปด้วยความงดงามของพันธุ์นานาชนิด ไม่ว่าจะเป็นรูปร่าง รูปทรง ใบดอก กิ่งก้าน พืช ผล ล้วนแล้วแต่ดึงดูดเอาสายตาและความสนใจของเราเป็นความประทับใจในสวนนี้อย่างมากมาย สวนของหนู คือสวนที่ได้เลือกเอาตอนของสวนแห่งจินตนาการที่ผสมผสานกับความเป็นจริงเข้าด้วยกัน พืชผักที่มีก็มีจริง เป็ด ไก่ สัตว์เลี้ยงเป็น ๆ ก็มีจริง แต่ก็ได้สร้างผลงานขึ้นอยู่ในรูปของวงกลมที่คล้ายโลกของเรา หรือเป็นวงกลมที่ไม่มีที่สิ้นสุด หมุนเวียนเปลี่ยนไปตามสถานะของโลก ดิน ฟ้า อากาศ อันเกิดเป็นพืชพันธุ์อันหลากหลาย ผลัดเปลี่ยนกันไปไม่มีจบสิ้น ที่จะทำให้ทุก ๆ สรรพสิ่งเหล่านี้อยู่คู่กับโลกของเรา เป็นสวนโลกที่ประทับใจไม่ลืมเลือน
The garden of the world is where people seek. It is a part of the natural beauty that is impressive to look at anywhere in our world that is spectacular. Filled with the beauty of various species, the shapes, the leaves, the flowers, the branches, the plants, all attract our eyes and our attention. ‘My Garden’ is a garden of Imagination that combine with reality together. There are real vegetables, ducks, chickens, and even pets, but they have created works in the form of circles that resemble our world, or an infinite circle, that circulates according to the state of the world, the climates that produce diverse vegetation. The turns are endless. To bring all these things together with our world is an impressively unforgettable world garden.

แชร์:
14-036

จดหมายจากเมืองไทย
Letters from Thailand

สื่อผสม (100x80 cm.)
Mixed media
ชื่อวรรณกรรม
จดหมายจากเมืองไทย
Letters from Thailand
ศิลปิน
นางสาวฉัพพรรณรังสี สุวรรณชาติ
Chappannarangsri Suwannachart
สถานศึกษา
โรงเรียนศิลปะลานคูน
Larncoon Art School
วรรณกรรม / Literature
เวลานี้ที่เมืองไทยมีของใหม่มาขายเป็นที่ตื่นเต้นกันมากนั่นคือเครื่องรับโทรทัศน์เครื่องชนิดนี้เป็นตู้เล็ก ๆ ด้านหน้าเป็นกระจกลูกไม่ทราบเมืองของเราจะมีเครื่องให้ความบันเทิงและข่าวสารแบบนี้หรือไม่ภายในตู้เครื่องเป็นเครื่องหลอดสายไฟที่ยุ่งเหยิงดูไม่รู้เรื่องไม่น่าจะมีสมรรถภาพจากอากาศได้เลย พอเปิดเครื่องตามเวลาที่กำหนดไว้ก็จะมีหนังละครหรือข่าวสารให้ชมเหมือนกับย่อโรงหนังไว้ในตู้ใบเดียวราคามันแพงเหลือทนเครื่องหนึ่งตั้งห้าพันกว่าบาทถูกกว่านี้ก็มีแต่ลูกไม่ชอบใจคุณภาพไม่ดีพอถ้าจะซื้อสักเครื่องหนึ่งก็ควรซื้อที่ดีมีคุณค่าสักหน่อยของแพงถ้าใช้ทนก็ย่อมถูกกว่าของราคาเยากว่าเสียเร็วการโทรทัศน์ต้องมีสถานีส่งมิใช่อยู่ ๆ จะมีภาพขึ้นได้เองก็เหมือนวัตถุนั่นแหละ แต่วิธีการคงต่างกันจึงได้สามารถส่งภาพได้ ทุนที่ตั้งสถานีสูงมากคงจะหลายพันหมื่นคนไทยเขามีคำเรียกจำนวนนับที่สูงกว่าหมื่นคือแสนล้าน แต่ลูกไม่ค่อยชินกับจำนวนมหาศาลอย่างนั้นจำนวนเลขสูงสุดของเรามี แค่หมื่นเท่านั้น ยิ่งนับจำนวนสูงขึ้นเพียงไรก็ยิ่งยุ่งสมองเพียงนั้นเพียงจำนวนหมื่นก็น่ารำคาญใจมากพอแล้วมาตราเงินในเมืองไทยนี้มีคำเรียกสูงกว่าบาทก็จะดี คนที่เริ่มเอาเรื่องโทรทัศน์มาเผยแพร่ดีออั้งบ๊วยตามเคย แม่คงเดาได้อั้งบ๊วยเป็นคนชอบของสมัยใหม่เธอเห็นโฆษณาในหนังสือพิมพ์ ฟังจากวิทยุแล้วเกิดสนใจรับแล่นไปซื้อมาไว้ที่บ้านแทบจะเป็นเครื่องแรกในตำบลเสียด้วยซ้ำ เป็นที่เลื่องลือของใคร ๆ ทั้งตำบลทุกเย็นซึ่งเป็นเวลาสงโทรทัศน์จะมีชาวบ้านมามุงเต็มหน้าร้านแม้ว่าของชำจะขายดีขึ้นเพราะเครื่องนี้ แต่ก็ไม่ได้คบกับความสกปรกที่คนพวกนั้นทิ้งไว้ให้ถุงถั่ว ชานอ้อยชานหมากเศษกระดาษและอื่น ๆ เต็มไปหมดตามประสาคนมักง่ายซึ่งมีอยู่เต็มเมือง
“Now that Thailand has new things to sell. It is very exciting. That is, this type of television set is a small box with convex glass-like tube in front of it. I do not know if our city will have a device like this for entertainment and news in the box. In it, a messy, electric wires and tubes do not seem likely to have a performance from the air. When turning on the device at the specified time, there will be a movie. Dramas or news to watch like a movie theater in one box, its price is unbearably expensive, over five thousand baht. There is a cheaper one with poorer quality. If we are going to buy one, get a good one worth buying, a bit more expensive items, but more endurable or lasting longer,Television programs are not spontaneously, there must be a broadcast station. Like any objects but the methods are probably different and sophisticate that enable sending pictures. The investment for the station and location is also very high, numerous more than we can imagine The person who started broadcasting TV stories was AngBuay. As usual, you would have guessed that. She is a fan of modern times. As she saw the TV set from an ad in the newspaper, from the radio, became interested, and then hurried out to buy one. It might be the first device in the neighborhood that everyone wildly known about it. Every evening, when the TV program started there would come a flock of villagers in front of the store. Even if the merchandise was selling better with this activity, it was not all worth the dirt that people left behind with bags of beans, bagasse, bagasse, waste paper, and so on, as the spot filled with careless ones.
เหตุผล / Reason
ความประทับใจที่ได้จากเรื่องนี้คือคามรักความอบอุ่นการใคร่ครวญคำนึงถึงผู้คนญาติมิตร ผู้ที่รักที่แสนจะห่างไกลกันระหว่างเมืองไทยกับเมืองจีน บอกกล่าวให้ทราบถึงชีวิตความเป็นอยู่ความเป็นไปและความใกล้ชิดสัมพันธ์เกี่ยวข้องกับผู้คนที่เมืองไทยของชาวจีนที่อพยพมาตั้งถิ่นฐานอยู่รวมกันเป็นชุมชนชาวจีนแม้ว่าจะเล็ก ๆ แต่อบอุ่นช่วยเหลือเข้าใจถึงความยากลำบากร่วมกัน หนูเป็นคนหนึ่งที่มีอาม่าอากงคุณพ่อมีเชื้อสายเป็นคนจีนโดยเฉพาอาม่าได้ช่วยให้แง่คิดความรู้ต่างๆในการทำงานชิ้นนี้ไม่ว่าจะเป็นอาคารบ้านเรือนสิ่งของเครื่องใช้เครื่องประดับตกแต่งบ้าน ที่เป็นแบบจีนคติตามชื่อและความเชื่อ ตัวหนังสือและภาษาแบบจีน บอกเล่าเรื่องและราวต่าง ๆ ถึงความรักความอบอุ่นของคนจีนคนไทยหนูทั้งได้อ่านเรื่อง และฟังเรื่องต่างๆจากอาม่าก็ยิ่งทำให้เห็นถึงคุณค่าแห่งความรักที่มีต่อกันการหวงแหนรักษาสิ่งดีงามต่าง ๆ ตั้งแต่บรรพบุรุษมาจนถึงปัจจุบันซึ่งจะยังเป็นสิ่งที่ดีงามตลอดไป
The impression I get from this story is love, warmth, contemplation, people, family, and loved ones who lived far apart between Thailand and China. It is an indication of life, and closeness. It said about relationship between Thai people and the Chinese settlers in a Chinese community, albeit small but warm, helping each other to share common difficulties. I am one of those people who have Chinese-rooted origin; my father is of Chinese descent. In particular, grandma has conveyed ideas and knowledge of the work, house, building, things, appliances, home decorations, mottos of beliefs, Chinese ideogram and language. I have both read and heard of stories about loves, warmth between Thai and Chinese living together since ancestry. Especially, what I learned from Grandma made me feel possessive and conservative of all the pulchritude from the far past until now and forever.

แชร์: