พูดคุยกับ มิก - ณัฐพล เณรธรณี ศิลปินรุ่นเยาว์ที่ถ่ายทอดความชื่นชอบใน “ใบบัว” ออกมาเป็นงานศิลปะ

ประติมากรรม “ใบบัว” ที่ไหม้เกรียมคือภาพสะท้อนของปัญหาธรรมชาติที่ ณัฐพล เณรธรณี หรือมิก เลือกนำมาใช้ในการตีโจทย์ “รักษ์สิ่งแวดล้อม รักษ์โลกของเรา”

อะไรคือเบื้องหลังของงานชิ้นนี้ มีที่มาที่ไปอย่างไร วันนี้เราพาไปพูดคุยกับเยาวชนคนเก่งจากโรงเรียนนางรอง ที่คว้ารางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ในระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น กับผลงานที่ชื่อว่า “ใบบัว” ผลงานประติมากรรมดินเหนียวเพียงชิ้นเดียวที่ได้รับรางวัลในโครงการจินตนาการ สืบสาน วรรณกรรมไทยกับอินทัช ปีที่ 14

มิก - ณัฐพล เณรธรณี กับผลงานใบบัว

มิกเริ่มต้นสนใจศิลปะได้อย่างไร
เริ่มสนใจตั้งแต่ประถม โดยสิ่งที่จุดประกายในการเริ่มทำงานศิลปะคือเห็นผลงานของเพื่อน ๆ คุณครู เลยอยากสร้างสรรค์ผลงานเองบ้าง นอกจากนี้ยังมีความชื่นชอบอาจารย์เฉลิมชัย ซึ่งเป็นหนึ่งในกรรมการตัดสินโครงการจินตนาการ สืบสาน วรรณกรรมไทยกับอินทัช ปีที่ 14 นี้ด้วย



เรียนรู้ศิลปะจากที่ไหน
ได้เรียนศิลปะกับคุณครูหลังเลิกเรียน โดยจะเป็นการฝึกซ้อมเทคนิคงานปั้นและงานวาด นอกจากนี้ยังมีการศึกษาด้วยตนเองอีกเช่นกันผ่านทางอินเทอร์เน็ต



สไตล์ และเทคนิคที่เราถนัด
เทคนิคที่ถนัดและชอบที่สุดคืองานปั้นดิน โดยปั้นเป็นรูปทรงต่าง ๆ นอกจากงานปั้นก็ยังถนัดงานสเก๊ตช์และการวาดลายเส้นอีกด้วย



อนาคตอยากเรียนต่อด้านศิลปะ และทำงานด้านศิลปะเป็นอาชีพไหม
ในอนาคตอยากเรียนต่อมหาวิทยาลัยศิลปากรหรือเพาะช่าง สาขาประติมากรรม เพราะชอบงานปั้นงานทำมือเป็นส่วนตัว โดยหลังจากเรียนจบมีอาชีพที่ใฝ่ฝันคือเป็นครู



“ใบบัว” ผลงานส่วนตัวที่น้องมิกชื่นชอบ และหยิบมาให้เราชม
ผลงานประติมากรรมดินเหนียว “ใบบัว” ที่ได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น ในโครงการจินตนาการ สืบสาน วรรณกรรมไทย กับอินทัช ปีที่ 14 www.intouchstation.com/awarded-works/14-019

ที่มาของผลงาน “ใบบัว” และทำไมถึงเลือกวรรณกรรมเรื่อง “ความสุขของกะทิ” มาถ่ายทอดเป็นผลงานชิ้นนี้
เพราะส่วนตัวมีความชื่นชอบใบบัว เนื่องจากมีความอ่อนพลิ้วสวยงาม ส่วนที่เลือกวรรณกรรมเรื่อง “ความสุขของกะทิ” มาถ่ายทอดเป็นงานประติมากรรมชิ้นนี้ เพราะประทับใจบรรยากาศบ้านของกะทิที่เต็มไปด้วยทุ่งนาที่มีลำคลองที่เต็มไปด้วยดอกบัว ซึ่งผมประทับใจตอนที่ตาพากะทิไปเก็บสายบัว เพื่อมาทำอาหารกลางวัน จึงนำมาสร้างเป็นงานศิลปะชิ้นนี้ครับ



เทคนิคที่ใช้ในภาพนี้
เทคนิคที่เลือกใช้เป็นการปั้น เพราะโดยส่วนตัวเป็นคนชอบปั้นดินเหนียวและถนัดอยู่แล้ว โดยสีของใบบัวที่เป็นดำ ๆ เป็นสีที่ได้มาจากกระบวนการเผาดิน ซึ่งอุณหภูมิที่แตกต่างก็จะให้สีของดินที่แตกต่างกันออกไป โดยผลงานใบบัวชิ้นนี้ก็ได้มีการทำหลายครั้งกว่าจะได้สี และรูปทรงที่ถูกใจ



ความหมายที่แฝงอยู่ในผลงานประติมากรรม “ใบบัว”
จากรูปลักษณ์ที่เห็นในงานประติมากรรมชิ้นนี้ อยากสะท้อนให้เห็นถึงธรรมชาติที่สวยงามที่หาได้น้อยลงในปัจจุบัน มีเเต่คนทิ้งขยะใช้สารเคมี ปล่อยน้ำเสีย ทำให้คลองมีความตื้นเขิน สกปรก มีเเต่ขยะ ผมอยากให้ทุกคนหันมาใส่ใจธรรมชาติ เเละสิ่งเเวดล้อมกันมากขึ้น โดยเริ่มจากตัวเรา เช่นการไม่ทิ้งขยะมูลฝอย การไม่ใช้สารเคมี ในชุมชนควรลด ละ เลิก การใช้สารเคมีที่เป็นอันตราย เพื่อจะให้ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอุดมสมบูรณ์ตลอดไปครับ


ผลงาน “ใบบัว” บน Online Exhibition www.intouchstation.com/3d-exhibition

คิดว่าการอ่านวรรณกรรมช่วยเสริมสร้างจินตนาการในการสร้างสรรค์ผลงานศิลปะอย่างไร
วรรณกรรมถือเป็นการนำคำมาประดิษฐ์ และเราสามารถนำมาประยุกต์เป็นภาพวาดได้โดยใช้จินตนาการ โดยปกติเวลาจะรังสรรค์ผลงาน มักจะเป็นการตั้งโจทย์ให้กับตัวเองก่อน หรือบางทีก็ได้รับแรงบันดาลใจมาจากศิลปินในดวงใจอย่างอาจารย์เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์



ศิลปะมีประโยชน์อย่างไรกับชีวิตของเรา
มีประโยชน์เพราะช่วยสร้างสมาธิ และเป็นการใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์



สามารถรับชมผลงานทั้งหมดในโครงการจินตนาการ สืบสาน วรรณกรรมไทย กับอินทัช ปีที่ 14 ผ่าน Virtual Exhibition และซื้อผลงานศิลปะที่ได้รับรางวัลในปีที่ 14 ได้ที่ www.intouchstation.com รายได้ทั้งหมดโดยไม่หักค่าใช้จ่ายสมทบทุนมูลนิธิสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา เป็นทุนการศึกษาของนักเรียนที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ในโครงการบัณฑิตคืนถิ่น



แชร์: